วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

SRM คือ...........

การจัดการสายโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) (1/3)
การจัดการสายโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)ความนำกระบวนการ Supply Chain Management หรือ SCM เป็นกระบวนการของการบริหารทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การนำเข้าวัตถุดิบสู่กระบวนการผลิต กระบวนการสั่งซื้อ จนกระทั่งส่งสินค้าถึงมือลูกค้าให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับสร้างระบบให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลที่ทำให้เกิดกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงานส่งผ่านไปทั่วทั้งองค์การ การไหลเวียนของข้อมูลยังรวมไปถึงลูกค้า และผู้จัดส่งวัตถุดิบด้วย (www.bangkokbiznews.com) กระบวนการ Supply Chain Management มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้องค์การยกระดับความสามารถในการบริหาร เช่น การลดสินค้าคงคลัง การเพิ่มผลิตภาพ หรือการลดความสูญเปล่าในกระบวนการทำงาน ส่งเสริมความเติบโตของธุรกิจ เช่น การเพิ่มโอกาสในการออกสินค้าใหม่ให้เร็วขึ้น การเปิดตลาดใหม่ ๆ การสร้างความพอใจแก่ลูกค้ามากขึ้น ส่งเสริมความยั่งยืนของธุรกิจ เช่น การลดต้นทุนธุรกิจ การบริหารเงินทุนหมุนเวียน เป็นต้น SCM คือ กระบวนการโดยรวมของการไหลของวัสดุ สินค้า ตลอดจนข้อมูล และธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านองค์การที่เป็นผู้ส่งมอบ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงลูกค้าหรือผู้บริโภคโดยที่องค์การต่าง ๆ เหล่านี้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกัน ในการปรับตัวขององค์การเพื่อการจัดการห่วงโซ่อุปทานนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ เพื่อให้องค์การมี ความสามารถในการบริหาร ความเติบโตของธุรกิจ และความยั่งยืนของธุรกิจ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ให้ประสบความสำเร็จ และมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริง องค์การไม่สามารถดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือกระทำโดยลำพังได้ ดังนั้น การปรับมุมมองการดำเนินงานเข้าสู่แนวคิด SCM จึงควรมีความเข้าใจความหมายของ SCM อย่างครบถ้วนเพื่อที่จะสามารถพิจารณา และกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง การบริหารในปัจจุบันและอนาคตนั้นองค์การจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ •การทำกำไรในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น ในอนาคตองค์การอาจต้องมีการจัดการผลกำไรอย่างเจาะจงตามประเภทลูกค้า และสินค้า และมองหาโอกาสในการสร้างกำไรในอนาคตระยะยาว•ผู้นำองค์การในอนาคตจะเกี่ยวข้องกับการสร้างพันธมิตร ในอนาคตการพัฒนาองค์การจะเป็นไปในลักษณะของการสร้างเครือข่าย (Networking Organization)•การทำงานของบุคลากรจะเน้นการทำงานได้หลากหลาย ทำงานข้ามวัฒนธรรม และได้รับค่าตอบแทนตามผลงาน และให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของร่วม•ช่องทางธุรกิจใหม่ ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงและเปิดโอกาสทางธุรกิจ ช่องทางดั้งเดิมกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อรักษาสภาพทางการตลาด มีการกำหนดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และช่องทางใหม่มีการรวบรวมคนกลางและกำหนดการลงทุนธุรกิจใหม่•การมีช่องทางมากขึ้น กระแสโลกาภิวัตน์ การมีลูกค้าที่หลากหลาย จำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น เหล่านี้ทำให้การบริหารองค์การทำได้ยากขึ้น ทำให้องค์การเข้าสู่การเป็นองค์การขยาย และเน้นการตอบสนองลูกค้าเป็นราย ๆ•มีการใช้ระบบช่วยในการตัดสินใจและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce)•การประเมินผล และการนำทิศทางองค์การ มุ่งเน้นมูลค่าของหุ้นและมูลค่าเพิ่มของธุรกิจ•เน้นหนักสินค้าบริการเฉพาะตัว และให้ความสำคัญกับราคามากขึ้น ลูกค้ามีความคาดหวังต่อบริการมากขึ้น •คุณภาพถือเป็นสิ่งบังคับที่ต้องมีอยู่แล้วลูกค้าไม่ต้องการสินค้าหลากหลายแต่ต้องการสินค้าที่เหมาะกับตน องค์การจะต้องเน้นการทำตลาดเจาะจงโดยใช้แหล่งวัตถุดิบร่วมกัน รวมทั้งเน้นการผลิตสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้น•การตลาดมุ่งเน้นลูกค้าแต่ละราย•การบริหารเน้นการสร้างพันธมิตรมากขึ้น เช่น การเป็นพันธมิตรกับคู่แข่งมากขึ้นทั้งในลักษณะเอกเทศและพหุภาคี (มานะ ชัยวงค์โรงจน์,2546:26-27)ในแต่ละองค์การต่างมีระบบ SCM แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ระบบ SCM ขององค์การ ที่ประกอบไปด้วย ผู้ส่งมอบ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายและลูกค้านั้นแต่ละหน่วยมีความเข้มแข็ง หรือมีคุณภาพมากน้อยเพียงใดซึ่งหมายความว่าองค์การ มีการจัดระบบให้มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีเพียงใด มีหน่วยวัดความสำเร็จของระบบโดยรวมที่ชัดเจนหรือไม่ มีการพัฒนาระบบในตัวเองได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไร
สิ่งต่าง ๆ ในโลกย่อมผันแปรไปกับเวลา เมื่อเวลาผ่านไปพัฒนาการต่าง ๆ ก็เปิดขึ้นในโลก การสั่งสมความรู้ทำให้เกิดการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ได้เรียนรู้และเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้นจึงมีศาสตร์ใหม่ ๆ ให้ศึกษาอยู่ตลอดเวลา
ในอดีตการบริหารและจัดการ เน้นทฤษฎีที่มองตนเองเป็นศูนย์กลาง นำวิชาเศรษฐศาสตร์เข้ามาจัดการเรื่องทรัพยากร นำคณิตศาสตร์เข้ามาช่วยเพื่อให้พบกับจุดกำไรสูงสุด หรือจุดที่ดีที่สุด มีการสร้างระบบการไหลเวียนของสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องสินทรัพย์ หนี้สิน รายรับ รายจ่าย ก่อให้เกิดระบบบัญชีในองค์กร การบริหารและจัดการที่เน้นทฤษฎีที่มองตนเองเป็นศูนย์กลาง
ต่อมาการดำเนินการต่าง ๆ ต้องพึ่งพาอาศัยร่วมกันมากขึ้น การประกอบกิจการงานใดต้องเกี่ยวข้องและเกี่ยวโยงถึงกัน การจะเอาตัวรอดในสังคมเพียงคนเดียวเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ในยุคปัจจุบัน การบริหารจัดการจึงต้องพึ่งทฤษฎีการอยู่ร่วมกัน การใช้กลยุทธ์ WIN-WIN หรือเข้าสู่ชัยชนะร่วมกัน จึงเป็นหนทางที่ธุรกิจจำนวนมากให้ความสนใจ ภารกิจของการบริหารจัดการในยุคนี้ตามทฤษฎีใหม่จึงกลายมาเป็นเรื่องของการบริหารแบบมีพันธมิตรมีแนวร่วม (alliance, partner) ตลอดจนการร่วมกันดำเนินกิจกรรมเพื่อเป้าหมายของการประสบความสำเร็จร่วมกัน
ระบบสมัยใหม่จึงต้องปรับตัวและหันมายังทฤษฎีการบริหารแนวใหม่ที่ยึดการบริหารแบบแนวร่วมที่มิได้มองตนเองเป็นศูนย์กลาง มีการวางแนวทางร่วมกัน ก่อให้เกิดความคิดที่เรียกว่า ซัพพลายเชน Supply Chain Management และการสร้างประสานสัมพันธ์กับลูกค้า หรือ demand chain management ซึ่งเน้นความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือที่เรียกว่า CRM - Customer Relation Management
ระบบที่ดีจึงต้องเปลี่ยนจุดสนใจใหม่ เดิมใช้ทฤษฎีว่าด้วยตนเองและให้ความสำคัญกับตัวเอง เช่น ตัวเลข งบดุล กำไรขาดทุน แต่ในปัจจุบันต้องสนใจเรื่อง สายใย Chain และให้ความสำคัญกับเวลามากกว่าตัวเลข โดยเน้นให้การดำเนินการร่วมกันที่มีประสิทธิภาพเชิงเวลา
เครือข่ายและเทคโนโลยีทำให้มุมมองของทฤษฎีบริหารและการจัดการเปลี่ยนแปลงไปมาก เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้การไหลของข้อมูลข่าวสารระหว่างกันเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตทำให้รูปแบบการบริหารและจัดการเปลี่ยนทฤษฎีจากเดิมไปมาก องค์กรทุกองค์กรจำเป็นต้องบริหารแบบใหม่โดยใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ข่าวสารและคอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เครือข่ายนนทรีก็เช่นกัน เกี่ยวกับองค์การโทรศัพท์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย ยูนิเน็ต ไทยสาร เนคเทค และอื่น ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่อื่น เช่น สายโทรศัพท์ ย่อมส่งผลต่อการใช้โมเด็มด้วย
โมเดลสายใยการบริหารจึงมีรูปแบบเป็นดังนี้
รูปที่ 1 โมเดลการบริหารสมัยใหม่
องค์กรทุกองค์กรต้องหันมาใช้ระบบการบริหารแนวใหม่ เช่น มหาวิทยาลัยก็เป็นองค์กรหนึ่ง การใช้วิธีการบริหารต้องเปลี่ยนแปลงไป จะมองที่ตนเองเป็นศูนย์กลางเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ แต่จะต้องบริหารเลยไปถึงทางด้านซัพพลายเออร์ และดีมานด์ด้วย ทางด้ายซัพพลายคือ การให้วัตถุดิบ ซึ่งก็ได้แก่โรงเรียนมัธยม ทบวงมหาวิทยาลัย และครอบครัวที่มีลูกจะเข้ามหาวิทยาลัย ทำอย่างไรจึงจะสร้างพันธมิตรและทำงานร่วมกันเพื่อให้คุณภาพของวัตถุดิบที่ดีขึ้น และต้องบริหารเลยไปถึงลูกค้าคือ บริษัท ห้างร้าน องค์กรต่าง ๆ ที่ใช้สินค้า เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ และเป็นที่เรียกหาของลูกค้า
รูปที่ 2 โมเดลเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข่าวสารและการบริหาร
การบริหารและจัดการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ต้องอาศัยหลักการ SCM และ CRM ทั้งนี้เพราะการบริหารเครือข่าย (NOC - Network Operation Center) เป็นงานบริหารที่ต้องดำเนินการให้บริการให้ได้ตลอด 24x7x365 โดยมีเวลาดาวน์ไทม์น้อยสุด และที่สำคัญต้องเกี่ยวข้องกับต้นทุนโดยรวมที่ต้องทำให้ต้นทุนถูก บริการรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้
การดำเนินการบริหารเครือข่ายและดูแล NOC จำเป็นต้องใช้จุดโฟกัสเช่นเดียวกับการบริหารด้วยทฤษฎีใหม่ กล่าวคือต้องให้ความสำคัญในเรื่องเวลาเป็นสำคัญ ทำอย่างไรจึงจะให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
การจัดการเครือข่ายบริการ เช่น เครือข่ายนนทรี จึงจำเป็นต้องเน้นในเรื่อง SCM และ CRM ในส่วนของ SCM - Supply Chain Management ของเครือข่ายต้องเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอื่น เช่น เครือข่ายนนทรี มีซัพพลายเออร์คือ เครือข่ายยูนิเน็ต และเครือข่ายไทยสารเนคเทค การดำเนินการ SCM จึงต้องประสานงานและดำเนินการร่วมกับเครือข่ายยูนิเน็ต และไทยสารเนคเทค หากเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งมีปัญหาย่อมสร้างปัญหาให้กับ NOC ของเครือข่ายนนทรีได้
การทำงานร่วมกันของเครือข่ายซัพพลายเออร์เป็นเรื่องสำคัญ การสร้างการบริหารร่วมกันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับหลายด้าน ทั้งทางด้านวัฒนธรรมการทำงานความสัมพันธ์ส่วนตัว และการช่วยกันแก้ปัญหา วางแผนทางเทคนิค ตลอดจนการแก้ปัญหาการดำเนินการร่วมกันอย่างทันทีทันใด
การดำเนินการ SCM ของเครือข่ายเป็นตัวอย่างที่สำคัญ เพราะ NOC ต้องทำงานร่วมกันตลอด 24x7
รูปที่ 3 การดำเนินการ SCM ของเครือข่าย
ทีมดำเนินงานทางด้าน NOC ทั้งของเครือข่ายนนทรี ยูนิเน็ต และไทยสาร องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ทีเอ การสื่อสารแห่งประเทศไทย บริษัทบริการสื่อสารอื่น ๆ ต้องทำงานร่วมกันตลอดเวลา การแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างกันตลอดเวลา การเข้าใจและมีวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน การช่วยเหลือซึ่งกันแลกัน โดยเฉพาะการวางแผนการดำเนินการ การใช้ข้อมูลสถิติ และข้อมูลดำเนินการร่วมกันเพื่อประโยชน์ร่วมกัน เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการร่วมกันต่าง ๆ
หากไม่ให้ความสนใจในเรื่อง SCM โดยต่างฝ่ายต่างสนใจเฉพาะเรื่องตนเอง และไม่ร่วมกัน ยอมสร้างปัญหาความราบรื่นในการดำเนินงานได้ นนทรีเน็ตจึงเป็นตัวอย่างของงานการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานได้เป็นอย่างดี เป็นผลทำให้ต้นทุนรวมของเครือข่ายต่ำลงได้มาก เช่น การใช้บริการผ่านทาง NECTEC ซึ่งไม่ต้องเสียค่าบริการการเข้าถึงข้อมูลภายในประเทศ ตัวอย่างการบริหารวางตามทฤษฎีใหม่เป็นเรื่องที่ผู้บริหารองค์กรต้องให้ความสำคัญ และที่สำคัญต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เป็น Supply Chain ได้เป็นอย่างดี และยังให้ความสำคัญกับทางด้าน CRM ด้วยเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น: